พี่พีรสันติ ฝากข้อความมาถึง FC ค่ะ

Posted by admin | Posted in THE INNOCENT | Posted on 05-11-2009-05-2008

2

แม้จะผ่านมามากกว่า 20 ปี ที่เราไม่เคยรู้จักกันจริงๆ ได้แต่รู้จักกันผ่านเสียงเพลงเท่านั้น
แต่นับจากนี้ก็ไม่สายเกินกว่าที่พวกเรากับแฟนๆเพลงจะได้มาทำความรู้จักกันใช่มั๊๊ยครับ

ขอบคุณที่ในปฏิทินปีนี้มีวันที่ 10 ตุลานะครับ

เอิ๊กกกกก..

(เคย)หนุ่ม(เมื่อปี)86

peerasan

The Innocent: Thank You Party Happy New Friends

Posted by admin | Posted in THE INNOCENT | Posted on 05-11-2009-05-2008

2

The Innocent: Thank You Party Happy New Friends

“วันที่ได้ดูซ้อม เหมือนตายแล้วไปเฝ้าพระเจ้าในบรรยากาศอบอุ่นใกล้ชิด วันที่ 10 ตุลา เหมือนตายแล้วไปเฝ้าพระเจ้าในบรรยากาศอลังการ วันนี้ 3 พฤศจิกา เหมือนตายแล้วไปเฝ้าพระเจ้าในบรรยากาศสนุกสุดเหวี่ยงและกันเองสุดๆ ค่า”

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกา 2552 ลมหนาวมาแล้ว แต่ภายใน Overtone กลับอบอุ่นมาก มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำทักทาย คำชื่นชม คำขอบคุณ เพราะเป็น Thank You Party สำหรับทุกๆ คนที่มีส่วนในความสำเร็จของ คอนเสิร์ตที่ได้ชื่อว่า “ดีที่สุดในประเทศ” ไปแล้ว

พี่ๆ ดิ อินโนเซ้นท์ รวมไปถึง พี่สารท นักร้องคนแรก (ที่พี่สายชลบอกว่า เป็นคนทำให้พี่สายชลเป็นนักร้อง เพราะว่าตอนที่วงมากรุงเทพฯ พี่สารทไม่ยอมมานั่นเอง) ทีมงาน Mister Music, S2O, I-Works, ทีม PR, ทีม technician, ทีม sound, นักดนตรี back up, chorus, guest มากันพร้อมหน้า ที่ขาดไม่ได้ก็คือทีมตากล้องทั้งนิ่งและเคลื่อนไหว ที่วันนี้ ก็ทำงานหนักเหมือนเคย

อย่างที่ FC ทุกท่านทราบนะคะ ว่างานนี้ พี่ๆ เชิญ FC ด้วย เพราะว่า… อ่านไปแล้วจะรู้ วันนี้ก็มี FC มาร่วมงานหลายท่านค่ะ นำโดย
o ป้าแต FC เหนียวแน่นรุ่นก่อตั้ง แจ้งเกิดจากรู้จริงป่ะ
o น้องเมย์ ลูกสาวที่ดูคอนเสิร์ต ดิ อินโนเซ้นท์ กับแม่ตั้งแต่ 5 ขวบ จนวันนี้ ก็ยังดูกับแม่อยู่
o เจี๊ยบเหมียว ตากล้องคนเก่ง ทุกงานต้องมีเธอ
o เล็ก ทนเสียงเรียกร้องให้ลุกขึ้นเต้นได้ แต่ก็เป็นคนที่นั่งตลอดที่สนุกที่สุด
o คุณกิตติชัย มาเร็วเพราะบ้านใกล้ มาดขรึมแต่เต้นเอาเรื่องนะคะ
o คุณกัง สมคิด เมื่อคืนนอนตีสาม เพราะทำ presentation ให้พี่ๆ
o คุณแจง มาเพื่อแด๊นซ์ ดีใจสุดๆ ที่เชื่อคุณกังที่ชวนมา
o พี่เจ็ง Chew Soo Jeng บ่นคิดถึงพี่มิ้งค์กับคุณฝนตลอด
o น้องเซ็น FC รุ่นวัยรุ่น ที่ไม่กล้าเข้ามา (โธ่)
o คุณนิและคุณเพ็ญ สองพี่น้อง มาเหมือนกัน แต่ไม่กล้าเข้ามา (บี๋ขอโทษจริงๆ นะคะ ความผิดบี๋เองที่ไปช้าที่สุดเลย รถติดจริงๆ ค่ะ)
o คุณกุ๊ก มาชั่วโมงเดียว แล้วออกไปซ้อม
และอีกหลายท่านค่ะ (คุณมนูญ คุณแจ็ค ที่ทำหนังสือพี่โอม คุณวิภว์ คุณปอย คุณบี)

ระหว่างที่ทานอาหารกันอย่างเป็นกันเอง อาต้อย เศรษฐา ก็แวะมาค่ะ มาถ่ายรูปกับพี่ๆ หลายรูปเลย แล้วก็ต้องรีบกลับเพราะว่ามีถ่ายหนังวันรุ่งขึ้นแต่เช้า
ที่น่ารักก็คือ ครอบครัวของพี่ๆ มากันอบอุ่นค่ะ ของพี่พีรสันติ มีน้องพัฒน์ น้องปัดมากับคุณแม่หวาน พี่สายชลควงน้องการ์ตูนมา (จบมหาลัยแล้วค่ะ สวยน่ารักมากๆ) ของพี่โอมนั้น พี่เอ๋พาน้องแพร น้องวินมาด้วย รวมถึงน้องเจลูกชายของพี่เจิดด้วยนะคะ
ทีมตากล้องเท่าที่เห็นก็มี พี่เจิด น้ากึ่ง น้าสุพจน์ น้าต๊ะ (เขาว่าทีมตากล้องต้องเรียกกันน้า ใช่ไหมคะ)

บี๋ได้คุยกับพี่สารทค่ะ แฟนๆ คงอยากรู้ว่าพี่สารททำอะไรอยู่ พี่สารทเปิดโรงเรียนสอนดนตรีนะคะ แล้วก็ยิ้มแบบมีความสุขมากๆ เพราะได้ทำในสิ่งที่รักค่ะ

พอคนมาเริ่มเยอะนะคะ พี่ปื๊ดก็เรียกเสียงกรี๊ด เมื่อเดินขึ้นเวที ไปที่ keyboard แล้วก็เล่นเพลงของนักแต่งเพลงระดับประเทศ และเป็นคนที่ชอบ ดิ อินโนเซ้นท์ มากด้วย เพลงนี้พี่ปื๊ดบอกว่าชอบมากค่ะ คือเพลง “Home” ของพี่บอยด์ นั่นเอง พี่ปื๊ดเล่นเองร้องเอง ซึ้งสุดๆ ค่ะ

จากนั้น ก็เชิญพี่แหม่มขึ้นมา ช่วยร้องเพลงคู่กันหน่อย เพลงที่พี่ๆ เลือกร้องด้วยกันคือ “แค่คืบ” โอย นึกดูสิคะ หวานและสุดแสนคลาสสิคขนาดไหน พอร้องจบ พี่แหม่มก็มองไปทางพี่ปุ้ม ที่นั่งดูอยู่ พี่แหม่มบอกว่า ระหว่างร้อง “แค่คืบ” ก็มองพี่ปุ้มตลอด ให้พี่ปุ้มบอกเนื้อร้อง (ก็ขนาดเพลง “รักคือฝันไป” พี่ปื๊ดก็เม้าท์ว่าสองสาว ร้องไม่ถูกเหมือนกัน) ว่าแล้วก็เชิญพี่ปุ้ม พร้อมด้วยพี่ต้น ขึ้นมาบนเวที เรียกเสียงกรี๊ดแฟนๆ ที่ติดใจผมม้าตำนานขวัญใจวัยรุ่นได้ล้นหลาม

แล้วแฟนๆ ก็ขนลุกเมื่อได้ฟังพี่ต้นร้องเพลง “หุ่นกระบอก” เพราะพวกเราไม่คิดว่าจะได้ฟังเพลงนี้สดๆ โดยพี่ปื๊ดเล่นเปียโนให้ พี่ต้นจำเนื้อได้แม่นเปรี๊ยะ พอๆ กับแฟนเพลงเลยค่ะ ร้องตามกันตรึม

จากนั้นถึงทีของพี่ปุ้มแล้วค่ะ ภาพพี่ปุ้มเปิดหนังสือเพลงที่ตั้งอยู่บนเปียโนที่พี่ปื๊ดนั่งรอพร้อมเล่น สุดแสนจะบรรยายค่ะ นึกดูสิคะ ครูปุ้มของน้องๆ ไม่รู้จะร้องเพลงอะไร สุดท้าย พี่ปื๊ด ก็เลือกเพลงคู่สุดฮิต “หากันจนเจอ” มาร้องค่ะ แต่ทั้งคู่ “หาเนื้อไม่ค่อยเจอ” ค่ะ ก็เลยได้ฟังบางท่อน เป็น “บุ๋ม บุ๋ม บุ๋ม” แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็เพราะสุดๆ ค่ะ

เวทีของ Overtone นะคะ ด้านข้างจะมีกระจก มองออกไปเห็นหมดว่าใครมา ใครนั่งเล่นอยู่ข้างนอก ซึ่งคนนั่งข้างนอกก็จะได้ยินจากลำโพงตัวใหญ่ พอจบเพลง “หากันจนเจอ” แล้ว พี่ปื๊ดก็มองหาตัวช่วยต่อไป แล้วก็ไปสะดุดกับคุณออดี้ที่อยู่ด้านนอก ไม่รอช้าพี่ปื๊ดเรียกผ่านไมค์เลย แล้วก็เล่นเพลงที่คุณออดี้ชอบให้พี่ปื๊ดเล่นให้ร้องบ่อยๆ คุณออดี้ มอบเพลงนี้ให้กับทุกคนที่ชอบเพลง “สักวัน” เหมือนกันค่ะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงร้องตามกระหึ่มแค่ไหน

จากนั้น พี่สายชล ก็เดินขึ้นมาบนเวทีอย่างหล่อ แล้วก็ใช้เสียงเอกลักษณ์แห่ง ดิ อินโนเซ้นท์ เรียนเชิญ พี่พีรสันติ และพี่โอมขึ้นมาบนเวที เอาล่ะสิ งานนี้ แฟนๆ เนื้อเต้นกันใหญ่

คืออันนี้พิธีการก่อนนะคะ อย่าเพิ่งลุ้น…

พี่ๆ ทั้งสี่ท่าน ค่อยๆ กล่าวขอบคุณ แต่ละท่าน แต่ละทีม ที่ต่างก็มีส่วนทำให้คอนเสิร์ตที่เป็นที่กล่าวขวัญว่า “ดีที่สุด” เกิดขึ้น

สองท่านแรกเลย ที่สำคัญมากๆ คือคุณสอง I-Works และ คุณเต้ย S2O ที่รับหน้าที่ผู้จัดและ promoter คนสำคัญที่เชื่อใน ดิ อินโนเซ้นท์ และทุ่มทุนสร้างกับคอนเสิร์ตนี้เพื่อต้อนรับการกลับมาของตำนานอย่างสมศักดิ์ศรี (ที่ใครๆ พูดว่า ผู้จัดใช้ “ใจ” ทำล้วนๆ ไม่เกินจริงเลยค่ะ)

จากนั้น ก็ขอบคุณ “คุณพล” ที่เป็นผู้สร้างสรรค์ visual graphic และภาพทั้งหลายที่เราได้เห็นและฮือฮากันในคอนเสิร์ต เรียกว่าสวยและประทับใจทุกตอน พี่โอมประทับใจกับคุณพลมากๆ ค่ะ

สำคัญมากๆ อีกท่านคือ พี่สารท สิทธิศักดิ์ กิจเต่ง สมาชิกรุ่นก่อตั้ง ที่การปรากฏตัวในวันนั้น ทำให้ตำนานสมบูรณ์จริงๆ ค่ะ

แล้วก็ขอบคุณ พี่ภู ภูษิต ถ้ำจันทร์ ผู้ทุ่มทุนสร้าง ด้วยการขนกล้อง 22 ตัวถ่ายในงาน (นึกไม่ออกจริงๆ ว่า จะมีคอนเสิร์ตไหนใช้กล้องเยอะขนาดนี้หนอ) พี่สายชลแซวว่า งานอื่น ขนาดนี้ต้องคิดเป็นล้าน แต่งานดิ อินโนเซ้นท์ พี่ภูคิดแค่ 2,800 ขอบคุณค่ะพี่!

ทีม PR คุณบุ๋ม วรกร และคุณแอม จาก DC ที่ดูแลพี่ๆ พาไปออกสื่อตลอด

Chorus คือน้องมะเหมี่ยว (สวยน่ารักที่สุด) และ เดียร์ (ที่บอกว่าวันนี้มาดู ไม่ต้องร้องเอง สนุกจัง)
ทีมนักดนตรี back up คือ คุณเต้ย อินคา กีตาร์ (ที่ได้ชื่อใหม่ว่าน้องใบเตย) คุณเมา มือกลอง คุณหนุ่ม มือคีย์บอร์ด

พี่ต้น วงศกร รัศมิทัต และ พี่ปาเวศ อู่ทอง ดูแล Sound System พี่ประดิษฐ์ อู่ทอง ดูแล Mix Monitor จนทำให้ sound ของงานนี้ลือลั่นไปทั่ววงการ

ทีม surround โดย คุณเอ๋ และน้อง Oil จีจ้า ทำให้รถไฟวิ่งเฉี่ยวหัวคนดูเป็นครั้งแรกในประเทศ

พี่เล็ก ปริศนา พี่ใหญ่ในวงการ PR อีกท่าน ทำให้ ดิ อินโนเซ้นท์ ไปออกรายการทีวีเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี คือ รายการรู้จริงป่ะ (งานนี้ FC เกิดหลายคนเลยนะ ใช่ไหมคะ ป้าแต กับตั้ม กีตาร์ตำนาน)

ทีม technician คือ คุณหนึ่ง คุณเจี๊ยบ คุณบิ๊ก คุณแป๊บ มืออาชีพตัวจริง ผ่านสนามมาอย่างช่ำชอง ทำให้พี่ๆ ไม่ต้องยกเครื่องดนตรีเองอีกต่อไป

แขกรับเชิญ พี่เหม พี่รักษ์ พี่จิ๊บ วงพลอย, ค่าย LoveIs, The Begins, พี่ปุ้ม พี่แหม่ม (พี่ๆ แซวว่า มาช่วยให้คนลุกขึ้นเต้นได้เสียที), ETC., โต๋, คุณหนึ่ง จักรวาล, คุณโก้ แซ็กแมน และแขกรับเชิญสุด surprise ประจำปี อาต้อย เศรษฐา

ทีมช่างภาพ ที่แบ่งตำแหน่งกันถ่าย จนพวกเราได้เห็นภาพรวมของคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่อลังการมากๆ ทั้งใกล้ ไกล บน ล่าง มีหมด นำทีมโดย พี่เจิด พี่โรจน์ เวสป้า (ที่เสี่ยงปีนไปถ่ายมุมสูง) พี่แดง พี่สุพจน์ น้าต๊ะ แล้วก็ คุณเว่อร์ (ลุงกึ่ง น้ากึ่ง ของแฟนๆ )

พี่เล้ง เจ้าของ Zenithorial รับหน้าที่ stylist ที่ปรับลุค ให้พี่ๆ ยูเริ่ดสะแลนแมนแตน สุดๆ ที่มาของหนวดและเคราของพี่สายชล (พี่โอมบอกว่า ตั้งแต่เป็นนักดนตรีมา เพิ่งเคยมี stylist กับเขานี่เอง)

อีกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานด้วยคือพี่ชาย วงศาโรจน์ ซึ่งใครที่อายุเกิน 30 น่าจะจำได้ดี พี่ชายเชียร์ ดิ อินโนเซ้นท์มาก ในรายการที่พี่จัด จนค่ายนึกว่ามีอะไรกัน พี่ชายขึ้นมาเล่าให้ฟังว่าได้ยกให้ ดิ อินโนเซ้นท์ เป็นศิลปินไทยวงแรก ที่ติด weekly recommended เพราะตลอดมาจะมีแต่วงฝรั่ง นอกจากนี้ พี่ชายยังเป็นคนแนะนำ คุณธนากร เชื้อวิวัฒน์ ผู้แต่งเพลง “ฝันและใฝ่” ให้กับ ดิ อินโนเซ้นท์ ด้วย โดยคุณธนากร แต่งเพลงนี้พร้อมกับระบุว่าต้องให้ ดิ อินโนเซ้นท์ ร้องเท่านั้น พี่โอมเสริมว่า พี่โอมกับพี่พีรสันติจะดีใจมาก เวลาได้เพลงดีๆ มา จะได้ไม่ต้องแต่งเอง อีกเพลงที่ได้มาแล้วดีใจมาก ก็คือ “เพียงกระซิบ” โดยคุณสมัตถ์ ประทีปรัตน์ ซึ่งได้จากพวกเราไปแล้ว แต่ฝากเพลงฮิตตลอดกาลเพลงนี้เอาไว้

แขกอีกท่านที่มาร่วมงานด้วย คือ พี่แป้น ผู้ที่ทำให้ ดิ อินโนเซ้นท์ มี MV สุดเจ๋งกับเขาด้วยในสมัยนั้น ในเพลง “เพราะเธอหรือเปล่า” พี่แป้นเป็นผู้กำกับ และเป็นพี่ใหญ่ในวงการ production ค่ะ

จากนั้นพี่โอม ได้ขอบคุณ พี่โอ๊ต อนุสรณ์ คงสุวรรณ (พี่ปื๊ดเสริมทันทีว่าเป็นน้องพี่โอมค่ะ) โดยออกตัวว่า ไม่ค่อยได้พูดถึงคนนี้สักเท่าไร (เพราะนามสกุลเดียวกัน) แต่งานนี้ต้องพูดถึง เพราะว่าคิดและทำ script กับพี่โอมมาตลอดตั้งแต่วันแรก ซึ่งทำให้โชว์เต็มอิ่มลงตัวสมบูรณ์ ไหลรื่นและ surprise ตลอด (โดยเฉพาะเพลงสุดท้าย ทำเอาแฟนๆ น้ำตาไหล)

พี่โอม หวานได้อีกนะคะ ขอบคุณ พี่เอ๋ ภรรยาสุดที่รัก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในส่วนของ Mister Music (และกำลังใจด้วย) นั่นเองค่ะ

แล้วพี่โอมก็ขอบคุณ พี่พีรสันติ พี่สายชล พี่ปื๊ด สำหรับทุกๆ อย่าง เพราะถ้าไม่มีพี่ๆ ทั้งสาม ก็ไม่มีทางที่จะมีคอนเสิร์ตนี้ได้ การที่คนสี่คนจะกลับมาเล่นดนตรีด้วยกันใหม่ ให้แน่นปึ้ก อย่างที่พวกเราเห็นในวันนั้น ต้องใช้แรงใจ แรงกาย และความทุ่มเทมากมายจริงๆ ค่ะ

สุดท้ายพี่โอม หยอดว่า พี่พีรสันติ พี่สายชล พี่ปื๊ด “จะขอบคุณพี่บ้างก็ได้นะ” 555 แล้ว “พี่กับน้อง” ก็ไหว้กันอย่างอบอุ่นค่ะ

เอาละสิ… จะมีเล่นไหมเนี่ย… แฟนเพลงลุ้นตัวโก่ง

แล้วพี่โอมก็บอกว่า งานนี้ไม่ได้เตรียมจะมาเล่นดนตรี (แป่ว)
คือไม่ได้เตรียมเครื่องดนตรีมาออกนอกหน้า

เพราะว่า….

“เตรียมมาท้ายรถ” (ตึ่ง)

ว่าแล้วก็จัดการให้ทีมงานขนเครื่องมา set ระหว่างนี้ พี่สารท ขึ้นมาโชว์ตามเสียงเรียกร้อง ในเพลง “รักไม่รู้ดับ” ซึ่งในวันคอนเสิร์ต จัดได้ว่าเป็น surprise สุดไพเราะอีกเพลง
ต่อด้วย “เพียงครึ่งใจ” ฉบับหาฟังที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว โดยพี่ปื๊ด

แล้ว mini concert แบบสุด exclusive ก็เริ่มขึ้น พี่ปื๊ดเล่นเบส พี่พีรสันติเล่นคีย์บอร์ด พี่สายชล chorus พี่โอมตีกลอง พี่สารทร้องนำ ในเพลง “เสียงจากแม่กลอง” ขอบอกว่ามันมากๆ ค่ะ เพลงนี้จบพร้อมกับเสียงตบมือจากแฟนๆ และเสียงแซว “ตีกลองเป็นด้วย” มอบให้พี่โอม
จากนั้น พี่ๆ เรียก The Begins ขึ้นมาแจม (พี่โอมบอกว่า เป็นวงที่ทำให้พวกเรา inter ขึ้นมาทันทีเพราะมีฝรั่งมาเล่นด้วย) พี่โอมกลับไปเล่นกีตาร์ The Begins ขึ้นมาเป็น chorus ให้พี่สายชลและพี่โอมร้องนำ เพลงนี้น่ารักมากค่ะ เพราะว่าไมค์มีน้อย พี่สายชลกับพี่โอมต้องร้องไมค์เดียวกันตั้งครึ่งเพลง พี่โอมนึกสนุก เอาไมค์เดินมาให้พี่ปื๊ดร้อง ให้เควินร้องด้วย (ฝรั่งร้องไทยไม่ได้แต่ก็ร้องค่ะ) แล้วก็เผื่อแผ่มาให้บี๋ด้วยหนึ่งท่อน (ดีใจเกือบเป็นลม) ยังไม่หมดค่ะ ตอนท่อนท้าย พี่สายชลโชว์ ad-lib ตำรับ Love Is แข่งกับ The Begins ด้วยค่ะ โอวแม่เจ้า กรี๊ดยังไงก็ไม่พอค่ะ

เสียงเรียกร้อง “คืนก่อน” ดังระงม พี่สายชลจัดให้ทันทีค่ะ เพลงนี้คุณเมามาประจำที่กลองแล้วค่ะ

แล้วก็ถึงช่วงที่พี่ๆ อยากจะย้อนรอย ช่วง retro ในคอนเสิร์ต อยากจะเปิดเธคให้ “วัยบริสุทธิ์” ทั้งหลาย ได้แด๊นซ์กระจายกัน โดยมีข้อแม้ว่าทีมงานต้องเต้นด้วย เพราะในวันงานไม่ได้เต้นกัน สุดท้ายก็เต้นกันหมดทั้งงานนั่นแหล่ะค่ะ แต่ละท่าน confirm ว่า 14-16-18 กันทั้งนั้นเลย

เพลงแรก ใจสยิว พี่ต้นกลับมาอีกรอบ นิ้งกว่าเดิม พวกเราเต้นและร้องตามแบบทุ่มเทเพื่อพี่ต้นค่ะ
จบใจสยิวแล้ว ดนตรีไม่หยุดนะคะ จะเข้าเพลงต่อไปคือ จิ๊บ รด. นะคะ ซึ่งตั้งแต่เริ่มงานยังไม่เห็นพี่จิ๊บเลย แล้วก็เหมือนฟ้าส่งมา พี่จิ๊บ เดินเข้าประตูมาพอดีค่ะ ด้วยสภาพเสื้อเชิ้ตขาวและสแล็คดำ (เพิ่งออกจากประชุมแน่ๆ) จังหวะเดินเข้ามานั้น เหมือนมีคนปล่อยคิวเป๊ะๆ เลยค่ะ กรี๊ดได้อีกค่ะท่านผู้ชม พี่จิ๊บรู้งานสุดๆ เดินแน่วแน่ขึ้นไปบนเวที จับไมค์ให้มั่นแล้วก็ “รด.เด็กไทยผมเกรียน…” ลงตัวเป๊ะ

เพลงต่อไปคือ “รักคือฝันไป” แต่มองไปทั่วงาน ก็ไม่เห็นพี่ปุ้ม พี่แหม่มนะคะ เอาไงดี ดนตรีหยุดไม่ได้อยู่แล้ว เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี

“รักมิใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง…” อ๊ะเสียงใคร
พี่ปื๊ดซัดเองเลยค่ะ พี่จิ๊บยอมไม่ได้ ผสมโรงด้วย งานนี้ ก็เลยเป็นสองหนุ่ม ปื๊ด จิ๊บ จัดการเองค่ะ ขอบอกว่าเพลงนี้ highlight อยู่ที่ท่าเต้น Elvis องค์ลง ของพี่จิ๊บค่ะ ไม่อยากจะเชื่อว่า รักคือฝันไป จะทำให้ Elvis เต้นได้มันขนาดนี้ สะโพกไหวกระจายรอบตัวค่ะ (พี่จิ๊บเต้นจนนาฬิกาข้อมือหลุดค่ะ แต่ก็ไม่ยั่น ร้องและเต้นต่อ จัดไปอย่าหยุดค่า)

แล้วก็มาถึง เพลงสร้างชื่อ “สอบตก” ที่พี่จิ๊บร้องต่อ (ส่วนพี่ Elvis องค์ยังลงอยู่) ร่วมร้องกับพี่สายชล พี่ต้นนึกสนุก เดินมาแจมด้วยอีกท่อน เพลงนี้มันได้อีกค่ะ ตอนท่อน “แจ๊ค แหม่ม คิง” เงี้ย โอย ร้องตามกันลั่น

ดนตรีไม่ได้หยุดเลยนะคะ คุณเมาตีกลองกระจายค่ะ ตอนนี้เรามาถึงสถานีรถไฟแล้วนะคะ พวกเราช่วยกันเคลียร์โต๊ะกันใหญ่ จัดพื้นที่ให้ขบวนรถไฟของลุงๆ ป้าๆ 14-16-18 ได้เล่นรถไฟกับหลานๆ (ผลผลิตของ ดิ อินโนเซ้นท์) บนเวทีก็เล่นและร้อง มนต์ไทรโยคไป เล่นไปเล่นมา พี่โอม พี่สายชล ลงมาเล่นรถไฟซะงั้น แต่เพลงไม่หยุดนะคะ แล้วก็นับได้ว่า เป็นมนต์ไทรโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาแน่นอนค่ะ คือกะให้รถไฟของพวกเราวิ่งวนในร้านให้ได้ระยะทางกรุงเทพฯ – ไทรโยค จริงๆ

จบเพลงนี้ รถไฟเหนื่อยแฮ่ก แต่บนเวทียังไม่หยุดค่ะ ต่อด้วย “เมืองอะไร” เพลงเพื่อชีวิตของวง “ขวัญใจนักเรียน” ว่าแล้วพี่โอมกับพี่สายชล ก็เชิญ น้าแอ๊ด องค์ลงเสียหน่อย โอย เสียงร้องนั้น ทั้งสนุก ทั้งขำค่ะ พี่สายชลทำมือ รูปเขาควายด้วย เอาให้สุดๆ ไปเลยเนอะ

ในที่สุด ช่วง non-stop medley ก็จบลง ท่ามกลางเสียงกรี๊ด เสียงตบมือ เสียงหัวเราะ และเสียงหอบแฮ่ก แต่แฟนๆ ไม่มีพออยู่แล้ว ได้ยินเสียงตะโกน เหมือนหาเรื่องทันที ว่า “จะเอายังไง!” บนเวทีไม่รอให้เสียเวลา ซัดเพลงนี้ต่อทันที อ้อ version แด๊นซ์นะคะ ไม่ใช่ acoustic (แหม ของขึ้นแล้วทั้งทีอย่าให้ตก)

เอาล่ะสิ วัยบริสุทธิ์แต่ละท่าน ปลุกวิญญาณ 14-16-18 ในตัวเองกันออกมาใหญ่ค่ะ พอจบ “จะเอายังไง” แล้ว พวกเราไม่ชอบ dead air รีบตะโกนเรียกร้อง “หนุ่ม ‘86” ให้มาร้อง “สาว ’86” เสียที งานนี้ขัดใจได้ไงคะ ก็เลยได้ยินเต็มๆ เพลง เต็มๆ หู แหม ตอนร้อง “ฮู้” เนี่ย มันกระชากวัยจริงๆ ค่ะพี่สัน (มีใครจำภาพพี่สันใส่เสื้อขาว แว่นตาดำ และไม้เท้าร้องเพลงนี้ได้บ้างคะ?)

แฟนเพลงวัยรุ่นใจร้อน รีบส่งเสียงเรียก “คนไม่ดีเอง” ให้ร้องต่อทันทีค่ะ เพลงนี้ พี่สอง ขึ้นมาแจมด้วยนะคะ confirm ว่าผู้จัดก็เป็นแฟนเพลงตัวจริงเหมือนกัน

จากนั้นพี่ๆ ก็ชวนทุกคนกระโดดกันแบบไม่เกรงใจข้อเข่า กับเพลง “ตอบหน่อยนะ” พี่ๆ นอกจากจะกระโดดแล้ว จะเล่นดนตรีแล้ว ยังจะร้อง “แต แต และ แต แหละ แต” ท่อน intro กันใหญ่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อ confirm ว่า ดิ อินโนเซ้นท์ 14-16-18 ตลอดกาล

ระหว่างที่กระโดดกันนั้น พวกเรา FC นำโดยคุณปอย ก็ตะโกนกันว่า เราต้องทำให้พี่ๆ เล่นเพลงที่ไม่ได้เล่นในคอนเสิร์ตให้ได้ มีอะไรบ้างนะ คือจะให้รีบคิด รีบขอ จัดไปอย่าให้พี่ๆ รู้ตัว
(ปอยคะ คุณกัง สมคิดบอกว่า “ตอนที่เขาทำเสียงขึงขังว่าต้องให้พี่ๆเล่นเพลงที่ไม่มีในคอนเสิร์ตให้ได้ นี่ ผมถึงกับเห็นแววแห่งความเป็นผู้นำกอบกู้นำพาสังคมไทยของเราสู่ความก้าวหน้าเทียบอารยประเทศฉายออกมา”) โดยไม่รอช้า พวกเราแข่งกันตะโกนชื่อเพลงใส่กัน

“หนุ่มค้างปี”
“เรา”
“เกิดมาทำไม”
“เบอร์โทรศัพท์” (อืมม รู้น่ะ ว่า 589-3375)

แต่เหมือนพี่ๆ รู้ทัน หยุดเล่นเมื่อ “ตอบหน่อยนะ” จบลง
พี่ๆ น่าจะเหนื่อยนะ เล่นยาวนานมาก ไม่ได้พักเลย พวกเรามอบเสียงกรี๊ดและตบมือให้กับการแสดงที่เหมาะสำหรับวัย 14-16-18 เท่านั้น ที่มันที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แล้วพี่ๆ ก็พูดคุยกับทุกๆ คนอย่างเป็นกันเอง จนเลิกงาน ในเวลาตีหนึ่งของวันใหม่

มีสิ่งหนึ่งที่บี๋ขอเก็บมาเล่าตอนท้าย ก็คือ ตอนที่พี่ๆ พูดขอบคุณบนเวที พี่ๆ ได้พูดว่า งานนี้ ชื่อว่า Thank You Party Happy New Friends หมายถึงว่า การทำงานครั้งนี้ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ มากมาย ที่จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป และหนึ่งใน “เพื่อนใหม่” ที่นับว่าใหม่มากๆ ในความรู้สึกของพี่ๆ ก็คือ “Fan Club” พี่ๆ ถ่อมตัวมาก เพราะไม่คิดว่า The Innocent จะมี Fan Club

แต่ว่าวันนี้ ใครจะเชื่อ ในวันที่วงมีอายุจะ 30 ปีแล้ว Fan Club ของวงกลับรวมตัวกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง พี่ๆ ให้เกียรติกับ Fan Club มากๆ ค่ะ โดยให้บี๋ขึ้นไปเล่าให้ฟังว่า Fan Club มีการทำทำเนียบ FC ที่ทำให้รู้ว่า คนรัก ดิ อินโนเซ้นท์ แต่ละท่าน เจ๋งๆ ทั้งนั้น มี fan page ใน Facebook ที่มี fan 500 กว่าคน มี website พร้อมด้วย webboard ที่อุ่นขึ้นทุกวันๆ พี่ๆ ขอบคุณ Fan Club ทุกท่าน ขอบคุณคุณฝนที่สร้าง The Innocent Appreciator Society ใน Facebook ขอบคุณ คุณหนุ่ม ที่สร้าง www.theinnocent-fanclub.com ซึ่งพี่ๆ ก็แวะเวียนเข้าไปอ่านอยู่ตลอด

บี๋คงไม่พูดเกินจริงหรอกค่ะ ถ้าจะบอกว่า สิ่งที่ Fan Club แสดงออกให้พี่ๆ รับรู้ ไม่ว่าจะทางไหน นับเป็นแรงใจและกำลังใจให้กับพี่ๆ ทั้งนั้น ซึ่งก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พี่ๆ เคยมอบให้กับพวกเรา ทั้งบทเพลง ความสุข แรงบันดาลใจ และความทรงจำดีๆ มาตลอดการทำงาน 9 ชุด แม้จนกระทั่งวันนี้ที่พี่ๆ กลับมารวมตัวกัน กลับมาหาพวกเราอีกครั้ง

ผลงานทั้งหมดของ The Innocent

Posted by admin | Posted in THE INNOCENT | Posted on 21-10-2009-05-2008

0

p1-17418

วง ดิ อินโนเซ้นท์ มีผลงานเพลงทั้งหมด 9 อัลบั้ม

1. รักไม่รู้ดับ (พ.ศ. 2523)

ประกอบด้วยเพลง : รถเมล์, ยิ้ม, ราชบุรี, คำใดไม่ซึ้ง, สู่เสรี, ราตรีที่ทะเล, ผีหลอก, ใครหนอ, รถม้าลำปาง, หนทางมันไกล, ฮูดัง, ชะตาแกล้ง, ชีวิตนักเรียนหอ, วันปิดเทอม

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, สิทธิศักดิ์ กิจแต่ง

2. บางประกง (พ.ศ. 2524)

ประกอบด้วยเพลง : บางประกง, เสน่ห์บ้านนาเขลียง, ปลาตะเพียน, ฝัน… รักสุดท้ายคือฝัน, โลกวุ่น, วันเปย์เดย์, อาณาจักรราม, ความฝันแห่งชีวิต, น้ำใจพ่อ, สู่เหย้า, พลิกล็อก, เมา

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, สิทธิศักดิ์ กิจแต่ง

3. ขวัญใจนักเรียน (พ.ศ. 2524)

ประกอบด้วยเพลง : สอบตก, เมืองไทยแสนดี, เสียงจากแม่กลอง, ราชบุรี, ศิษย์เก่ารำลึก, ขวัญใจนักเรียน, เพลงนี้ชั่วนิรันดร์, คืนสู่หย้า, เมืองในฝัน, ชีวิตนักเรียนหอ

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, เกรียงศักดิ์ จงธีระธรรม

4. อยู่หอ (พ.ศ. 2525)

ประกอบด้วยเพลง : อยู่หอ, รอยรัก รอยเล็บ, ยังรักเธออยู่, มนต์ไทรโยค, เจ็บ, ไม่ลอง ไม่รู้, ทาสความดี, คนจะรักกัน, ควันสีขาว, เที่ยวทะเล

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, ชาตรี คงสุวรรณ, เกรียงศักดิ์ จงธีระธรรม, ปฏิภาณ สุขสุทธิ

5. เพียงกระซิบ (พ.ศ. 2526)

ประกอบด้วยเพลง : 14-16-18 (วัยบริสุทธิ์), เพียงกระซิบ, อำนาจรัก, ฝากใจถึงเธอ, ปุยฝ้าย, ไม่เคยคิดเลย, กำพร้า, ชีวิต, แจกันรัก, ป่าของเรา

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, ชาตรี คงสุวรรณ, เกียรติศักดิ์ ยันตะระประกรณ์, ชัยรัตน์ ประติมากรณ์

6. รักคืออะไร (พ.ศ. 2527)

ประกอบด้วยเพลง : รักคืออะไร, สักวัน, โลกแห่งความสุข, สำนึก, เมืองอะไร, ใจเธอใจฉัน, ขาดเธอ, ทางหนึ่งซึ่งหวัง, สาวเฟี้ยวฟ้าว, Medley อินโนเซนท์

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, ชาตรี คงสุวรรณ, เกียรติศักดิ์ ยันตะระประกรณ์, ชัยรัตน์ ประติมากรณ์

7. โลกใบเก่า (พ.ศ. 2528)

ประกอบด้วยเพลง : สองใจรัก, รักเธอคนเดียว, โลกใบเก่า, ไปตามกัน, เรื่องของหัวใจ, เพียงครึ่งใจ, ฝากฟ้าสั่งดิน, เจ้าสาว, หนุ่มค้างปี

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, ชาตรี คงสุวรรณ, เกียรติศักดิ์ ยันตะระประกรณ์

8. ครั้งนี้… ของพี่กับน้อง (พ.ศ. 2529)

ประกอบด้วยเพลง : ดาราทีวี, ฝากรัก, ก็ฉันไม่ดีเอง, วัยหวาน, สาว 86, คืนก่อน, ตอบหน่อยนะ, สายเกินรัก, เรา, วันลา, มือที่สาม

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, ชาตรี คงสุวรรณ, วรสิทธิ์ ชีพสาธิต

9. 10 นาฬิกา (พ.ศ. 2532)

ประกอบด้วยเพลง : เกิดมาทำไม, เห็นใจกันน่อย, เรื่องมันใหญ่, ขายหัวเราะ, บอกแล้ว, เพราะเธอหรือเปล่า, 589-3375, จะเอายังไง, ลองคิดดู, 26.00 น.

สมาชิกวง : พีรสันติ จวบสมัย, สายชล ระดมกิจ, เสนีย์ ฉัตรวิชัย, ชาตรี คงสุวรรณ


เพลง มนต์ไทรโยค / The Innocent


เพลง สาวเฟี้ยวฟ้าว / The Innocent

The Innocent (ดิ อินโนเซ้นท์)

Posted by admin | Posted in THE INNOCENT | Posted on 17-10-2009-05-2008

0

Untitled-3(169)

เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วจำได้ว่า วงดนตรีที่บ้านเรามีผลงานน่าสนใจหลายวง หนึ่งในนั้นต้องมี The Innocent แน่นอน

“ดูตำราตั้งตีห้าตีหก มันก็ยังสอบตกเป็นเพราะเหตุอะไร ”

เป็นประโยคยอดฮิตสมัยนั้น ที่นักเรียนเอาไว้ร้องเวลาผลสอบออกมา ว่าสอบตก


เพลง สอบตก / The Innocent


เพลง 26:00น.(บรรเลง) / The Innocent


เพลง ชีวิต / The Innocent


เพลง เสียเวลาเปล่า / The Innocent


เพลง เห็นใจกันหน่อย / The Innocent


เพลง ลองคิดดู / The Innocent