สำหรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่ๆ ช่วงใกล้ๆ วันงาน หรือแม้กระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนงาน ใครอยากรู้ละเอียด ต้องไปอ่านสัมภาษณ์พี่ปื๊ด โดยคุณ Musica นะคะ อ่านแล้วน้ำตาซึมรับรอง
พี่ปื๊ดเล่าถึงเพลง เพราะเธอหรือเปล่า ที่มีภาพความหลังขึ้นจอใหญ่ยักษ์ด้วยใช่ไหมคะ
ตอนนั้น พี่ๆ ซาบซึ้งมาก ทุกคนไม่กล้ามองสบตากันและกัน เมื่อพี่โอมร้องเพลงนี้ในงาน concert เพราะ moment นั้น ทุกคนซาบซึ้งกับเพลงนั้นมากกกก ถ้าสบตากันเองพี่โอมอาจจะร้องเพลงสะดุดนิดหน่อยแบบเสียงเครือ ๆ เพราะว่าอินกับเพลงกันทุกคน และคิดถึงความหลังที่เคยร่วมทุกข์สุขด้วยกันมาตลอดในนาม The Innocent
พีปื้ดยังได้พูดถึงเรื่องความประทับในเรื่อง visual effect และภาพ background ทั้งหมด คิดว่าตัวเองคงจะไม่ได้มีโอกาสมี concert ดี ๆ แบบนี้เหมือนที่ concert ต่างประเทศเค้าทำกัน
ช่ายค่ะ พวกเราเห็นด้วยกันหมดเลยว่า ดีกว่า concert เมืองนอกหลายๆ อันเลย
ซึ่งพี่ๆ เองกลับไม่ได้เห็นเลยว่ามันสวยแค่ไหน จนมาดูเทป แล้วก็อึ้งกันเลย
ถูกต้อง เพราะเวลาพี่ ๆ ซ้อม run through นั้นไม่เคยได้ดูเลย ก็เลยไม่รู้ว่ามันแจ่มขนาดไหน พวกพี่ ๆ ซ้อม run through กันหนักมาก เพราะอยากให้ทุกคนที่มาดู concert ครั้งนี้ไม่ผิดหวัง อยากให้คุ้มค่าสมกับการรอคอยร่วม 20 ปี ความรู้สึกที่ได้ออกมายืน standing ovation ให้ทุกคนปรบมือกัน พีปื้ดบอกว่ามันสุดยอดมาก ในความรู้สึกของ ศิลปิน รู้สึกเป็นเกียรติมากกกก
นึกถึงตอนที่พี่ๆ ออกมากอดคอโค้งให้คนดู ตอนนั้น บี๋ว่าหลายๆ ท่าน น้ำตาแตกแน่นอน
ใช่เลย เพราะว่า คนดูทุกคนมาเพราะรักใน The Innocent และสิ่งที่เขาได้รับในวันนั้น มันคือความตั้งใจอย่างเต็มที่ พวกพี่ให้เกียรติพวกเรามากๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพิถีพิถันในเรื่องต่างๆ ทุกเรื่องแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งถึงเรื่องการแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผมทีเดียวแหละ ซึ่งปัจจุบันศิลปินสมัยนี้จะไม่ค่อยคิดถึงคนดูในจุดนี้เท่าไร
พวกเราแบ่งปันความรู้สึกประทับใจกันไปมาอยู่นานเลยนะคะ จนไม่มีใครสนใจกับอาหารสักเท่าไร
น้องๆ FC นั่งปลื้มไม่ค่อยพูด เวทีการเสวนาเลยตกเป็นของพี่หมี พี่บี พี่เจิด เสียมาก เฮฮา สนุกสนาน และอบอุ่นมากๆ จนไม่อยากจะเชื่อว่า พวกเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเลย
เป็นครั้งนี้ของพี่กับน้อง ที่อบอุ่นจริงๆ ค่ะ
คุยกันไปเรื่องโน้นนี้ อย่างการทำงานกว่าจะมาเป็น concert ทุ่มเทกันอย่างไร มีบ้างที่ FC ถามคำถามที่อยากจะรู้มากมาย บางเรื่องก็เอามาเล่าไม่ได้หรอกนะ ถือเป็น privilege ของคนที่ไปแล้วกัน แต่เอาเป็นว่า พวกเราคุยกันสนุกสนาน มาก ๆ จนลืมเวลา
รู้สึกตัวอีกที ก็เหมือนจะเห็นพนักงานค้อนๆ เพราะปาไป 5 ทุ่มกว่าแล้ว
ใช่ค่ะ ลืมเวลาจริงๆ ด้วย สนุกอิ่มอกอิ่มใจมากๆ
แล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย พี่ปื๊ด มอบภาพหมู่พร้อมลายเซ็นต์ ที่พี่สุพจน์มอบไว้ให้ 3 ใบ ซึ่ง FC ตกลงมอบให้บุคคล 3 ท่านคือ พี่มิ้งค์ คุณฝน Facebook และ คุณหนุ่ม Webboard โดยวันนี้ คุณฝนและคุณหนุ่มมาไม่ได้ ก็เลยมอบให้พี่มิ้งค์ก่อนค่ะ
พี่มิ้งค์ปลื้มสุดๆ บี๋ว่าปลื้มไปหลายวันแน่ๆ เลย
จากนั้น ก็แต่ละท่านมารับ poster จากพี่ปื๊ดเลย โดยพี่เยถ่ายรูปให้แต่ละท่านเลย
บี๋เห็นรอยยิ้มแต่ละท่านตอนรับ poster และยืนข้างๆ พี่ปื๊ด มันสุดๆ อ่ะค่ะ ปลื้มจัง
ใครจะคิดเนอะ ว่าการที่พวกเรา FC มานัดทานข้าวกัน พี่ปื๊ดจะแวะมาหา แล้วพี่ๆ อีก 3 ท่านถึงกับส่งความคิดถึงมาทาง poster แถมเอามาพอดีจำนวนเลย ไม่รู้กะยังไง เจ๋งมาก
พี่เจ็งว่าไหม แม้ว่าจะดึกนะ แต่วันนั้น พวกเราก็เดินลงมาด้วยกันกับพี่ปื๊ด เพราะพี่ปื๊ดอยู่กับพวกเราจนเลิกเลยนะ
ใช่ จนมาคุยกันต่อที่ลานจอดรถหน้าร้านอีกอ่ะ
กว่าจะ

ได้ นี่ อาลัยอาวรณ์กันเลยล่ะ 555
ค่ะ พี่เจ็งและบี๋ขอจบรายงานแต่เพียงเท่านี้นะคะ สำหรับ who’s who ที่ไป meeting วันนั้น ดูได้จากภาพประกอบนะคะ และสำหรับ ถ้อยคำของพี่ปื๊ดที่มอบให้ FC อ่านต่อได้จากตรงนี้เลยค่ะ
จากพี่ปื๊ดถึง TIFC ทุกท่าน
รู้สึกดีใจ แล้วก็ภูมิใจแทนเพื่อนๆ The Innocent ทุกคน ที่ยังมีคนรักเราขนาดนี้ แม้เวลาจะผ่าน 20 กว่าปี แม้กระทั่งเมื่อก่อนนี้ ก็ยังไม่ขนาดนี้ เมื่อก่อนแฟนเพลงก็แค่ขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์
ไม่ได้มีการรวมกลุ่มกันเอง เป็น FC จริงๆ ทำกันเองจริงๆ โดยที่ทุกอย่างเป็นความคิดของ FC เอง
ดีใจมากๆ
FC สมัยนี้ ชื่นชมพวกเรากันที่ผลงาน ชื่นชมด้วยความรู้สึกที่เราเป็น hero เป็น idol ซึ่งให้ความรู้สึกที่ดีกับพวกเรามากๆ
นี่ผมก็คุยกับพี่ๆ จริงๆ พี่ๆ ก็อยากมากันนะครับ พอดีพี่โอมเพิ่งกลับจากเกาหลีเมื่อวาน พี่พีรสันติก็มีงานต้อง edit เพลง พี่สายชลก็มีงานต้องคุมซ้อมคอนเสิร์ต ก็เลยฝากมาสวัสดีทุกคนและขอบคุณทุกคนด้วย ที่ตั้งใจเป็น FC The Innocent จริงๆ ตั้งใจด้วยใจจริงๆ
พวกเราก็เลยเซ็น poster ที่ใช้เป็นใบปิดคอนเสิร์ตให้เป็นของขวัญสำหรับวันนี้นะครับ