ดิ อินโนเซ้นท์ > ประวัติของ THE INNOCENT
การเริ่มต้นของ ดิ อินโนเซ้นท์ (เอามาจาก th.wikipedia.org)
webmaster:
ดิ อินโนเซ้นท์ (อังกฤษ: The Innocent) เป็นวงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นไทยในยุค 1980 มีผลงานในช่วงระหว่างปี 2523 - 2532 กับสังกัดนิธิทัศน์โปรโมชั่น วงดนตรี ดิอินโนเซ้นท์ เป็นวงดนตรีที่เริ่มก่อตั้งจากเด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกันในจังหวัด ราชบุรี มีสมาชิกแรกเริ่ม 3 คน เริ่มจากการเป็นเพียงวงดนตรีโฟล์คซอง และเปลี่ยนสภาพเป็น String Combo สมาชิกทีเป็นผู้ก่อตั้ง และมีสถานภาพเป็นหัวหน้าวงมาตลอด คือ คุณพีรสันติ จวบสมัย เป็นผู้สร้างประสบการณ์อันยาวนานในเส้นทางดนตรีให้กับวงที่ชื่อ ดิ อินโนเซ้นท์ มามากที่สุด และข้อมูลต่อไปนี้ เกือบทั้งหมดมาจากการเล่าเรื่องของสมาชิกท่านนี้
วงดิ อินโนเซ้นท์เริ่มเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2522 จากการประกวดโฟล์คซองนักเรียนในโรงเรียนดรุณา จังหวัดราชบุรี ในวันคริสต์มาส ขณะนั้นมีสมาชิก 3 คนได้แก่พีรสันติ จวบสมัย เป็นหัวหน้าวง สายชล ระดมกิจ และสิทธิศักดิ์ กิจแต่ง จากวงโฟล์คซองที่เข้าประกวดทั้งหมด 10 วงดิ อินโนเซ้นท์ได้รับรางวัลชนะเลิศจากเพลงที่เข้าประกวด 4 เพลงคือ "บอร์นทูเลิฟยู" (อังกฤษ: Born To Love You) และเพลง "สัมพันธ์ไทย" ของอิสซึ่น
ต่อมาในช่วงปีใหม่ พ.ศ. 2523 มีโครงการของจังหวัดต่างๆ ที่จะส่งเสริมดนตรีของเยาวชน จึงได้จัดประกวดโฟล์คซองเยาวชนของเทศบาลจังหวัดราชบุรี วงดิ อินโนเซ้นท์เข้าประกวดอีกครั้งในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2523 พร้อมกับอีก 6 วงดิ อินโนเซ้นท์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง
ขณะนั้นพีรสันติ กำลงศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สายชลและสิทธิศักดิ์ อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ที่โรงเรียนดรุณา ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสตัง จากนั้น ทางโรงเรียนก็มีความคิดที่จะทำเทปเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งยังไม่มีใครทำมาก่อน จึงให้วงดิ อินโนเซ้นท์ มีผลงานเพลงแบบโฟล์คซองเกี่ยวกับศาสนาทั้งชุด โดยใช้ชื่อชุดว่า เพลงเพื่อพระองค์ แต่ด้วยความขาดประสบการณ์ในการทำงานบันทึกเสียง ผลงานตอนนั้นจึงไม่พิถีพิถันตามมาตรฐานของการบันทึกเสียงนัก ผู้ขับร้องเพลงในอัลบั้มนั้นคือสิทธิศักดิ์ โดยมีบราเดอร์เสนอเป็นผู้ทำธุระเกี่ยวกับการนำเทปไปดราฟท์ที่ร้านคราวน์ (CROWN) ข้างสหกรณ์ราชดำริ คุณสุรินทร์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้าของร้าน ได้มาฟังก็ติดใจในผลงานของดิ อินโนเซ้นท์และเสียงของคุณสิทธิศักดิ์ จึงได้ติดต่อกับบราเดอร์เสนอ
webmaster:
อัลบั้ม รักไม่รู้จบ -รถเมล์ + บางปะกง-ปลาตะเพียน (2523-2524)
อีก 1 เดือนต่อมา คุณสุรินทร์ก็ไปติดต่อกับบาทหลวงสุรพล ซึ่งเป็นอธิการโรงเรียน เพื่อที่จะขอให้วง“ดิ อินโนเซ้นท์”มาอัดแผ่นเสียง ซึ่งท่านก็ยินยอม เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว คุณสุรินทร์ก็ไปติดต่อหาเพลง ก็ได้เพลง “รักไม่รู้ดับ” และเพลง “ใครหนอ” ของคุณครูสุรพล โทณะวณิก ได้เพลง “รถม้าลำปาง” ของคุณสนิท ส.มาด้วย เนื่องจากคุณสุรินทร์ต้องการนำเพลงเก่ามาเรียบเรียงใหม่เพราะเพลงเก่าเชียร์ง่ายและยังไม่มีวงดนตรีวงไหนนำเพลงเก่ามาทำใหม่ด้วย ส่วนเพลงที่เหลือก็เป็นเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นเอง โดยคุณพีรสันติ และคุณประสิทธิ์ ชำนาญไพร ชุดนั้นใช้ชื่อว่า “รักไม่รู้ดับ” ซึ่งวางแผงประมาณเดือนกันยายน 2523
แต่เพราะความที่สมาชิก“ดิ อินโนเซ้นท์”ยังเป็นนักเรียนอยู่ การจะมาออกทีวีแสดงผลงานนี้จึงเป็นไปไม่ได้ เทปชุดแรกของ“ดิ อินโนเซ้นท์”จึงยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
หลังจากนั้น ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ คุณสุรินทร์ก็ให้ทำเทปชุดที่ 2 ขึ้นมาอีก ชุดนี้ได้เพลง “บางปะกง” ของคุณนคร มังคลายน และเพลงที่แต่งใหม่อีกหลายเพลง เทปชุดนี้ใช้ชื่อว่า “บางปะกง” วางตลาดเมื่อเดือนมิถุนายน 2524 แต่ปรากฏว่าไม่เป็นที่นิยมมากเท่าที่ควร
ขณะนั้น คุณพีรสันติ กำลังเรียนชั้น ปวช ปี 3 คุณสิทธิศักดิ์และคุณสายชล อยู่ปวชปี 1 ซึ่งถือว่าเป็นปีสุดท้ายสำหรับคุณพีรสันติ ที่จะเรียนที่โรงเรียนดรุณาราชบุรีพาณิชยการ และจะต้องไปเรียนต่อในโรงเรียนของผู้ที่ศรัทธาศาสนาคริสต์ต่อไป จึงมีความเห็นว่า น่าจะทำเทปสักชุดเพื่อเป็นการอำลา“ดิ อินโนเซ้นท์”
คุณสุรินทร์ซึ่งเป็นผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านดนตรี จึงได้รับคำแนะนำจากนักร้องผู้หนึ่งถึงเพลง สอบตก ของคุณปฏิภาณ สุขสุทธิ คุณสุรินทร์จึงไปติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์มา จากนั้นก็เริ่มวางโครงการกันว่า เพลงในชุดนี้ควรเป็นเพลงเกี่ยวกับนักเรียน จึงได้เพลง “ขวัญใจนักเรียน” ของครูพยงค์ มุกดา เพลง คืนสู่เหย้า กับเพลง ศิษย์เก่ารำลึก ซึ่งแต่งโดยคุณพีรสันติ มาทำด้วย เพลงในชุดนี้จึงเป็นเพลงที่ไม่ค่อยมีเรื่องรักๆใคร่ๆ เพราะทางสถาบันไม่ต้องการให้“ดิ อินโนเซ้นท์”เล่นเพลงประเภทนี้ และอยากให้เป็นเอกลักษณ์ของวง“ดิ อินโนเซ้นท์”ด้วย
ในช่วงนี้เองที่“ดิ อินโนเซ้นท์”มีสมาชิกใหม่อีกคน ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน คือ คุณเกรียงศักดิ์ จงธีระธรรม รับตำแหน่งมือกลอง และ คุณ ปฏิภาณ สุขสุทธิ ในตำแหน่งมือกีตาร์ ซึ่งเป็นผู้แต่งเพลง "สอบตก" เข้ามาเป็นสมาชิกวงอย่างเป็นทางการ
เทปชุดนี้ทำในเวลาอันสั้น เพราะเริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์ และต้องทำให้เสร็จทันเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม ก็ปรากฏว่าเสร็จทันตามที่วางแผนไว้ แต่ด้วยความแปลกใหม่ของเพลง "สอบตก"และเป็นเพลงฮิตในเวลาอันรวดเร็ว จึงทำให้เทปที่ตั้งชื่ออัลบั้มว่า “ขวัญใจนักเรียน”นี้ ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงอย่างมากมาย
และอีกเพลงที่นำความปลื้มปิติให้กับ“ดิ อินโนเซ้นท์”ก็คือเพลง “เสียงจากแม่กลอง” ซึ่งแต่งโดย คุณพีรสันติ จวบสมัย ได้รับรางวัลจากชมรมสภาวะแวดล้อมสยาม และโครงการสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติ ในฐานะที่มีความสนใจในการรณรงค์เพื่อรักษาสภาวะแวดล้อมที่ดี
webmaster:
เปลี่ยนรูปแบบดนตรี เปลี่ยนสมาชิกวง - อยู่หอ - เพียงกระซิบ (2524-2526)
หลังจากนั้นคุณ สิทธิศักดิ์ กิจเต่ง ไม่สามารถที่จะลาออกมาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯเหมือนสมาชิกคนอื่นๆได้ ทำให้“ดิ อินโนเซ้นท์”ต้องรับสมาชิกใหม่เข้ามาในตำแหน่งเบส ซึ่งก็ได้พบกับคุณเสนีย์ ฉัตรวิชัย ซึ่งขณะนั้นเล่นอีเลคโทนและร้องนำอยู่ที่ นานาคาเฟ ซอยนานา จึงติดต่อให้มาร่วมวงด้วยในตำแหน่งเบส
สมาชิก 5 คนของ“ดิ อินโนเซ้นท์”จึงประกอบด้วย พีรสันติ จวบสมัย-คีย์บอร์ด สายชล ระดมกิจ-ร้องนำ เกรียงศักดิ์ จงธีระธรรม-กลอง เสนีย์ ฉัตรวิชัย-เบส ปฏิภาณ สุขสุทธิ-กีต้าร์
แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของ“ดิ อินโนเซ้นท์” เพราะดนตรีโฟลค์ซอง-สตริงแบบเดิมกลายเป็นของเก่าและเริ่มเชย ดนตรีป็อปร็อกต่างหากที่น่าสนใจ และได้รับความนิยมของวัยรุ่นทั่วโลกรวมถึงวัยรุ่นไทยด้วย เพราะมี คีย์บอร์ด/ซินธีไซเซอร์/กลองไฟฟ้า และมีกีต้าร์อีก 2 ตัว เป็นอย่างน้อย ทางวงจึงคิดปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปในทางแนวนั้น
คุณพีรสันติ นึกถึงถึงเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งมีฝีมือในทางกีต้าร์มาก เคยเป็นนักดนตรีของโรงเรียนด้วย จึงไปชักชวนให้มาร่วมงานกันกับ“ดิ อินโนเซ้นท์” ขณะนั้นคุณ ชาตรี คงสุวรรณ เล่นประจำกับวง โฟร์ ซิงเกิ้ล (Four Singles) ซึ่งเป็นวงประจำจังหวัดราชบุรีอยู่ และเคยออกแผ่นกับวง "โรแมนติก" ด้วย ก็ตกลงที่จะร่วมงานกัน
หลังจากที่ได้สมาชิกใหม่เข้ามาครบแล้ว ก็เริ่มทำเทปชุดใหม่ขึ้นอีกชุดหนึ่ง ใช้ชื่อชุดว่า “อยู่หอ” ชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทำให้“ดิ อินโนเซ้นท์” เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงมากขึ้น ด้วยดนตรี ป็อปร็อก สมัยนิยม เพราะคุณชาตรีมีส่วนอย่างมากในการทำดนตรีในชุดนี้ และแฟนเพลงได้เริ่มเห็นพัฒนาการฝีมือของสมาชิกวงในการเล่นดนตรีที่เริ่มหนักแน่นและซับซ้อนขึ้น
ต่อมาไม่นาน คุณปฏิพาณ ได้ลาออกจากวงไป ทำให้วงกลายเป็นวงกีต้าร์ตัวเดียวไปในที่สุด ทำให้“ดิ อินโนเซ้นท์”ในขณะนั้นสมาชิกเหลืออยู่ 5 คน
จนกระทั่ง ต้นปี 2526 “ดิ อินโนเซ้นท์”ก็เริ่มทำเทปชุดใหม่ขึ้นอีกชุดหนึ่ง ใช้ชื่อชุดว่า “เพียงกระซิบ” ชุดนี้ใช้เวลาทั้งหมด 4 เดือนเต็ม ออกวางตลาดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2526 ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างท่วมท้น เพราะเป็นชุดที่ทำงานกันอย่างละเอียดพิถีพิถัน และพัฒนารูปแบบดนตรี รวมไปถึงลีลาการร้องเข้มข้นอีกมากจนเห็นได้ชัด หลังจากการทัวร์คอนเสิร์ตผลงานชุดนี้ คุณเกรียงศักดิ์ได้ลาออกจากวงไป เพื่อเข้าร่วมเป็นมือกลองให้กับวง "อินทนิล" แทนที่คุณทวี ศรีประดิษฐ์ ที่ลาออกจากวงและไปทำในส่วนเบื้องหลังการทำเพลงให้วงแทน ต่อมาสมาชิกบางส่วนของ"อินทนิล" กลายเป็นวงเรนโบว์ ในเวลาต่อมา
webmaster:
ก้าวสู่ความนิยมของแฟนเพลง -การยอมรับจากนักวิจารณ์เพลง (2526-2528)
ปี 2526-2528 น่าจะเป็นช่วงยุคทองของวง ที่ยังมีการทำเพลงให้ห้องอัดเสียงอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ภายหลังจากมีสมาชิกใหม่พร้อมหน้ากัน นั่นก็คือคุณชัยรัตน์ ปฏิมากรณ์-คีย์บอร์ด เพราะทางวงต้องการมือคีย์บอร์ดอีกคนด้วย และคุณเกียรติศักดิ์ ยันตะระประกรณ์-กลอง เข้ามาเป็นสมาชิกวงแทนตำแหน่งที่คุณเกรียงศักดิ์ เพราะทางวงเห็นฝีมือในการเล่นกลองไฟฟ้า เล่นเพอร์คัสชั่น และที่สำคัญคือการเล่นดนตรีในห้องบันทึกเสียงได้อย่างดีเยี่ยม
อัลบั้มในลำดับถัดมา คือ อัลบั้ม "รักคืออะไร" (ปี 2527) และตามมาด้วยอัลบั้ม "โลกใบเก่า" (ปี 2528) ทั้งสองอัลบั้ม มีเพลงฮิตติดหูคนฟัง อย่างเช่น รักคืออะไร,สักวัน,ทางหนึ่งซึ่งหวัง,เพียงครึ่งใจ, หนุ่มค้างปี ฯลฯ ซึ่งในเวลานั้น ถือเป็นยุคทองของวงดิอินโนเซ้นท์ ที่มีเพลงติดตลาดอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองที่นักวิจารณ์เพลงในเมืองไทย เริ่มมองทางวงในแง่ให้การยอมรับในฝีมือชั้นเชิงทางดนตรีและเนื้อหา อย่างดีมากขึ้น ยกย่อง ดิ อินโนเซ้นท์ ในการทำดนตรีที่มีพัฒนาการมากกว่าวงสตริง หรือ วงเด็กวัยรุ่นในยุคเดียวกัน โดยเฉพาะการทำเพลง-เล่นดนตรี การแสดงบนเวทีและการบันทึกเสียงซึ่งพวกเขาทำเองทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัลบั้ม "โลกใบเก่า" ซึ่งเคยได้รับการวิจารณ์ที่ดีจาก คุณขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา คอลัมน์นิสประจำนิตยสาร "Quiet Storm" นิตยสารทางดนตรีชื่อดังในยุคนั้น
webmaster:
ครั้งนี้...ของพี่กับน้อง (2529)
หลังจากนั้นในปี 2529 คุณเกียรติศักดิ์ มือกลอง และ คุณชัยรัตน์ ได้ลาออกไป ทำให้เหลือสมาชิกหลักเพียง 4 คนเท่านั้น การทำงานในห้องอัดเสียงของวงจึงปรับเปลี่ยนไปจากการใช้เสียงกลองไฟฟ้าอัดจริง มาเป็นเสียงจาก Drum Machine แทน โดยไม่รับสมาชิกใหม่เพิ่มเติม เมื่อเวลาแสดงสด จึงใช้มือกลองอาชีพเข้ามาร่วมงานเฉพาะกิจ
และในปีนั้น วงดิอินโนเซ้นท์ ก็ได้ออกงานอัลบั้มใหม่ ชื่อ "ครั้งนี้ของพี่กับน้อง" (ปี 2529) มีเพลงฮิต ติดหูมาจนถึงปัจจุบันหลายเพลง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างดี เช่นเพลง ฝันและใฝ่, ฝากรัก, ดาราทีวี และ มือที่สาม โดยเฉพาะเพลงมือที่สาม เป็นที่ฮือฮากันมากในหมู่คนรักดนตรี เนื่องจากเป็นเพลงที่เน้นเนื้อหาดนตรี การแจมดนตรีกันของสมาชิกในวง การ improvise ด้นเนื้อสดขณะการบันทึกเสียง ซึ่งค่อนข้างแตกต่างไปจากสไตล์เพลงของวงที่ผ่านมา
ในชุดนี่เองที่วงได้เชิญ คุณวรสิทธิ์ ชีพสาธิต เข้ามาเป็นนักร้องรับเชิญและร้องเสียงคอรัสในหลายๆเพลง โดยเฉพาะเพลง เพลงฝากรัก ซึ่งขับร้องโดยคุณวรสิทธิ์ ได้รับความนิยมอย่างมาก
จึงทำให้เพลงนี้กลายเป็นนเพลงประจำตัวของคุณวรสิทธิ์ไปในเวลาต่อมา นอกเหนือจากนั้น การเติบโตทางฝีมือของสมาชิกแต่ละคนก็มีมากขึ้นตามเวลา ทำให้หลายคนเริ่มได้รับเชิญไปร่วมงานดนตรีกับงานอื่นๆมากขึ้น
ภายหลังจากช่วงโปรโมท อัลบั้ม "ครั้งนี้ของพี่กับน้อง" เสร็จสิ้นลงในปลายปี 2529 “ดิ อินโนเซ้นท์”ก็เงียบหายไป เพราะทุกคนต่างมีภารกิจมากมายจนไม่มีเวลาทำเพลงของตนเอง แต่พวกเขาก็ยังคงติดต่อและคิดทำเพลงที่มีแบบฉบับของ“ดิ อินโนเซ้นท์”อีกครั้ง
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
Go to full version