ส่วนตัวประทับใจกับงานชม DVD ครั้งนี้มาก อย่างน้อยก็เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ดนตรีไทยที่มีการออก concert แล้วยังมาร่วมกันชม DVD concert ในโรงภาพยนตร์ ในแบบ uncut anamorphic widescreen digital surround version
- ต้องขอชมเชยพี่ต้น แมคอินทอช ที่ mix surround 5.1 ได้เด็ดขาดมีมิติและที่สำคัญไม่หลอกหูมากๆเลยครับ ไม่ใช่สักแต่ใส่สัญญานคู่หลังเข้าไปให้เหมือนนั่งอยู่ใน hall ลองสังเกตช่วงรถไฟวิ่งในเพลงมนต์ไทรโยคดูได้่ครับ
- ส่วนระบบภาพอัีนนี้ผมต้องขอเรียนตามตรงว่า การฉายภาพ concert ครั้่งนี้ยังมีโอกาสพัฒนาอีกมากครับ ขออนุญาตว่าเป็นข้อๆนะครับ
- อัตราส่วนของภาพ (aspect ratio) ของ original content ซึ่งเป็น video จะมีอัตราส่วนเป็น 1.78 : 1 (16 : 9) แต่จอในโรงภาพยนตร์โดยทั่วไปจะเ้ป็น 1.85 : 1 ดังนั้นควรปิดม่านให้แคบลงมาอีกสักนิดเพื่อปกปิดส่วนของจอที่ไม่ได้ใช้งาน หลายท่านอาจไม่ได้สังเกตแต่สำหรับผู้ที่ใส่ใจในรายละเอียด (อย่างพี่ๆ The Innocent ทุกท่าน) น่าจะเห็นได้ไม่ยากครับ content บางส่วนมีอัตราส่วนของภาพเป็น 1.33 : 1 (4 : 3) เข้าใจว่าน่าจะเป็นส่วนของ uncut ทำให้เห็นส่วนของจอภาพที่ไม่ได้ใช้งานชัดเจนมากขึ้นไปอีกครัีบ
- การฉาย video content ในโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน ถ้าไม่ transfer เป็น film ก็จะฉายด้วยระบบ digital ซึ่งจะใช้ DLP projector (คุณภาพภาพจะดีกว่า LCD projector) ซึ่งรองรับความละเอียดที่ 1920 X 1080 pixel ดังนั้นถ้าจะให้่ภาพคมชัดสมกับที่ได้ลงทุนลงแรงไปในขั้นตอน production ตอนเล่น concert จริง ร่วมกับฝีมือการควบคุมการตัดต่อโดยใกล้ชิืดของพี่โอม ซึ่งต้องขออนุญาตชมเชยพี่โอมและทีม editing ว่าตัดต่อได้เชี๊ยะมากๆ ได้อารมณ์สุดๆ น่าจะ capture video content จากกล้อง HDV จำนวนมากที่ลงทุนใช้ในงานนี้ในแบบ 1080p เพื่อให้รองรับการฉายชมในโรงภาพยนตร์ digital ตั้งแต่แรก ซึ่งในขั้นตอนการตัดต่อนั้นไม่ได้ทำให้เสียเวลามากไปกว่าการทำเป็น 576p (DVD PAL format) แต่อย่างใดเลยครับ แล้วในขั้นตอนการ export จะ down convert ลงมาเป็น DVD format ก็ไม่ว่ากัน เพราะอย่างน้อยก็ทำให้มี master เป็น Blu-ray compliant image เอาไว้สัก copy หนึ่งเผื่อเอาไว้วันที่ Blu-ray production มีความคุ้มค่าทางการตลาดมากกว่านี้ก็สามารถผลิตเป็น Blu-ray ได้เลยโดยไม่ต้องไปนั่ง capture กันใหม่ตั้งแต่แรก อันนี้ผมถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ของเจ้าของผลงานโดยตรงนะครับ อย่างน้อยควรมี master ที่คมชัดที่สุดที่เทคโนโลยีทางด้านภาพและเสียงในปัจจุบันควรจะให้ได้ครับ ส่วนเรื่องที่จะผลิตเพื่อจัดจำหน่ายเป็น format อะไรนั้นค่อยดูความเหมาะสมทางการตลาดอีกที
จากเท่าที่ดูรับรองว่า source ที่เห็นไม่มีทางเป็น 1080p แน่ๆ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นแค่ 576p ซึ่งก็คือ DVD นี่เอง พวกเราคงทราบดีว่าการฉาย DVD ด้วย projector ไปยังจอที่ขนาดใหญ่เกิน 100 นิ้วนั้นไม่มีทางคมชัดได้ถ้าไม่มีการ upscale ไปเป็น 1080p ดังนั้นทางโรงภาพยนตร์ควรหา upscaler ดีๆมาใช้ หรือว่าอย่างขั้นต่ำที่สุดต้องหา DVD player ที่มี upscaler ในตัวซึ่งในปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ในราคาขั้นต่ำที่ประมาณ 2 พันบาทเท่านั้นครับ ทุกท่านคงเห็นเหมือนผมว่าภาพใน concert ถ้า้เป็น long-shot แล้วล่ะก็จะไม่สามารถเห็นรายละเอียดได้เลยกล่าวคือเห็นภาพเป็นเม็ดๆและขอบภาพเป็นหยักโดยตลอด (pixelation) กล่าวโดยสรุปทางด้านภาพนั้นถือว่ายังสามารถพัฒนาได้อีกมากครับ
- ส่วนเรื่องเล็กๆน้อยจากความเห็นส่วนตัวของผมก็คือผมรู้สึกว่าระบบเสียงในช่วงที่ภาพเป็นอัตราส่วน 4 : 3 นั้น ค่อนข้างแบน ไม่มีมิติและีที่สำคัญรู้สึกไปเองว่าจะเป็นแค่ stereo 2.0 เท่านั้นนะครับ อันนี้ผิืดถูกอย่างไรต้องถามทีมงานดูอีกทีครับ
- การ transcode หลายช่วงยังมีปัญหาเห็นเป็นกล่องๆ (ไม่ทราบจะอธิบายอย่างไรดีครับ ศัพท์ทาง audio-visual เค้าเรียกว่า blocking ครับ) โดยเฉพาะช่วงที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่น การ pan กล้องจาก chorus ไปยังทีมเครื่องเป่า อันนี้ผมเข้าใจว่าตอน trancode อาจขี้เหนียว bitrate เืพื่อไม่ให้ file ใหญ่เกินไปหรือไม่ก็ไม่ได้เกลี่ย bitrate ใ้ห้ดี อย่างนี้ต้อง transcode หลายๆ pass ถึงแม้ industrial standard เค้าทำกันแค่ 2 pass แต่ปัจจุบันมี utility ที่ยอมให้เราทำการ transcode โดยการเกลี่ย bitrate ได้ถึง 9 pass ครับ
- ชื่อเพลงที่ปรากฏทางด้านล่างซ้ายของจอนั้นอยู่ชิดขอบด้านล่างมากๆเลยครับ ถ้านำไปฉายใน TV ที่มี overscan มากๆ (เพื่อไม่ให้เห็นขอบดำรอบๆจอ) ตัวหนังสืออาจตกจอไปบ้างก็ได้ครับ ส่วนตัวผมแล้วผมไม่ค่อยชอบให้มีชื่อเพลงบังคับ (hard coded) ขึ้นที่ส่วนใดก็ตามของจอเพราะถือว่าตอนอยู่ใน concert จริงก็ไม่มีให้เห็น ถ้าอยากทราบชื่อเพลงก็น่าจะดูจาก liner ในปกก็ได้หรือถ้าให้เก๋ก็ทำให้อยู่ในส่วนของ subtitle ก็ยังได้ครับ
- สุดท้ายแล้วครับ ผมเองต้องเรียนว่าผมไม่สบายใจเลยที่พี่โอมบอกว่า DVD ที่จะออกมานั้นประกอบด้วย DVD-9 จำนวน 1 แผ่นซึ่งเป็นเฉพาะ concert ร่วมกับ DVD-5 จำนวน 1 แผ่นซึ่งเป็น special feature ที่ผมไม่สบายใจก็เพราะผมมั่นใจว่าการ authoring DVD content ซึ่งมีทั้งเสียง surround 5.1 (ไม่ว่าจะเป็น Dolby Digital หรือว่าจะ้เป็น DTS ก็ตาม) และเสียง 2.0 (ไม่ว่าจะเป็น Dolby Digital 2.0 หรือ PCM 2.0 ก็ตาม) โดยที่ bitrate ของภาพเฉลี่ยอยู่ที่ 6 Mbps โดยให้ peak ขึ้นไปได้ถึง 8.5 Mbps (ขีดจำกัดสูงสุดของ video bitrate ของ format DVD) นั้น ไม่มีทางที่จะบีบ content ซึ่่งนานถึงร่วม 3 ชั่วโมงเข้าไปอยู่ใน DVD-9 เ้พียงแผ่นเดียวได้ครับ ไหนๆก็ต้องทำถึง 2 แผ่นอยู่แล้วทำไมไม่ทำเป็น DVD-9 จำนวน 2 แผ่นไปเลยล่ะครับ ค่าใช้จ่ายเรื่องต้นทุนที่ใช้ปั๊มแผ่นเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10 บาทต่อแผ่นหรอกครับ DVD concert ดีๆที่เล่นนานประมาณนี้เค้่าก็ทำเป็น DVD-9 จำนวน 2 แผ่นกันทั้งนั้นน่ะครับ เช่น Eagles: Farewell Tour - Live From Melbourne (175 นาที) , Phil Collins: Serious Hits... Live! (184 นาที) ต้องบอกว่าเสียดายครับถ้าต้องมีการตัดทอนบางอย่างไม่ว่าจะเป็นการลด bitrate หรือแม้แต่การตัด content ใน concert ไปเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการทำเป็น DVD-9 จำนวน 2 แ่ผ่นครับ
- สุดท้่ายนี้ต้องขอขอบพระัคุณทุกท่านที่ได้กรุณาเสียเวลาอ่านข้อความด้านบน ซึ่งหลายท่านอาจจะเห็นว่าไร้สาระหรือแม้แต่รู้สึกว่าเป็นภาษาต่างดาวก็ตาม และต้องขอขอบพระคุณพี่ๆ The Innocent ทุกคน(โดยเฉพาะพี่ปื๊ด)ที่เป็นกันเองกับแฟนเพลงและเซ็นชื่อลงบนปกแผ่นเสียงให้ผม และขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้งานชม DVD สำเร็จลงได้อย่างดี อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่หมดความหวังสำหรับการรอคอย Blu-ray dual-layer concert ครั้งนี้น่ะครับ